รถเฮี๊ยบมีกี่ประเภท? เลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงาน
รถเฮี๊ยบไม่ได้มีแค่แบบเดียว แต่แบ่งออกได้หลายประเภทตาม ขนาดรถ น้ำหนักยก ลักษณะเครน และลักษณะหน้างาน
การเลือกให้เหมาะจะช่วยให้ งานปลอดภัย เสร็จเร็ว และไม่เสียเงินเกินจำเป็น
ประเภทของรถเฮี๊ยบ (แบ่งตามขนาดและการใช้งาน)
🔹 1. รถเฮี๊ยบขนาดเล็ก (ประมาณ 3 ตัน)
เหมาะกับงาน
-
งานบ้าน งานชุมชน
-
ยกแท็งก์น้ำ ต้นไม้ ป้าย
-
งานในซอยแคบ พื้นที่จำกัด
ข้อดี
-
คล่องตัวสูง
-
ค่าใช้จ่ายไม่แพง
-
เข้าออกพื้นที่แคบได้ง่าย
ข้อจำกัด
-
ยกน้ำหนักได้ไม่มาก
-
ระยะเอื้อมเครนสั้นกว่ารุ่นใหญ่
👉 เหมาะกับงานเบา–กลาง และงานรายย่อย
🔹 2. รถเฮี๊ยบขนาดกลาง (5–6 ตัน)
เหมาะกับงาน
-
งานก่อสร้างบ้าน อาคารพาณิชย์
-
ยกเหล็ก โครงหลังคา แผ่นพื้น
-
ขนย้ายเครื่องจักรขนาดกลาง
ข้อดี
-
ยกน้ำหนักได้หลากหลาย
-
ใช้งานได้ครอบคลุมที่สุด
-
ราคาคุ้มค่าเมื่อเทียบกับความสามารถ
ข้อจำกัด
-
ต้องมีพื้นที่จอดและกางขาเครนพอสมควร
👉 เป็นขนาดที่นิยมมากที่สุดในงานก่อสร้าง
🔹 3. รถเฮี๊ยบขนาดใหญ่ (7–10 ตัน)
เหมาะกับงาน
-
งานโรงงานอุตสาหกรรม
-
ยกเครื่องจักรหนัก
-
ยกตู้คอนเทนเนอร์ บ้านน็อคดาวน์
ข้อดี
-
ยกของหนักมากได้อย่างปลอดภัย
-
ระยะเอื้อมเครนไกล
-
ลดความเสี่ยงจากการใช้แรงงานคน
ข้อจำกัด
-
ค่าใช้จ่ายสูงกว่า
-
ต้องการพื้นที่หน้างานมาก
👉 เหมาะกับงานหนักจริง ไม่ควรใช้เกินความจำเป็น
ประเภทรถเฮี๊ยบ (แบ่งตามลักษณะเครน)
🔧 รถเฮี๊ยบเครนพับ
-
พับเก็บได้ กินพื้นที่น้อย
-
คล่องตัวสูง
-
นิยมใช้กับงานทั่วไป
🔧 รถเฮี๊ยบเครนกระบอก (บูมตรง)
-
แข็งแรง ยกของหนักได้ดี
-
ควบคุมง่าย
-
เหมาะกับงานหนัก งานโรงงาน
วิธีเลือกใช้รถเฮี๊ยบให้เหมาะกับงาน (สำคัญมาก)
ก่อนตัดสินใจจ้าง ควรพิจารณา 5 ข้อนี้ 👇
-
น้ำหนักของที่ต้องยก
– ของหนักแค่ไหน? รวมอุปกรณ์ทั้งหมดหรือยัง -
ระยะยก / ระยะเอื้อมเครน
– ยกใกล้หรือไกลจากตัวรถ -
พื้นที่หน้างาน
– แคบหรือกว้าง สามารถกางขาเครนได้หรือไม่ -
ความสูงที่ต้องยก
– ยกขึ้นชั้นบน หลังคา หรือดาดฟ้าหรือไม่ -
งบประมาณ
– เลือกขนาดที่ “พอดีงาน” ไม่ใหญ่เกินจำเป็น
❗ เลือกรถเล็กเกินไป = เสี่ยงอันตราย
❗ เลือกรถใหญ่เกินไป = เปลืองงบโดยไม่จำเป็น
สรุป
รถเฮี๊ยบมีหลายประเภท ทั้งขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ และหลายรูปแบบเครน
การเลือกใช้รถเฮี๊ยบให้เหมาะกับงาน คือหัวใจของความปลอดภัยและความคุ้มค่า
ถ้าเลือกถูก
✅ งานเสร็จเร็ว
✅ ลดความเสี่ยง
✅ ประหยัดต้นทุน








